การเรียนรู้แบบผสมผสานผสมผสาน หรือ Blended learning คืออะไร

การเรียนรู้แบบผสมผสานผสมผสาน หรือ Blended learning คืออะไร

  • Teachmint
    Teachmint

การเรียนรู้แบบผสมผสานผสมผสาน หรือ Blended learning นั้นคือการนำ สภาพแวดล้อมการฝึกอบรมที่ดีที่สุด 2 แบบ ได้แก่ การฝึกอบรมในห้องเรียนแบบเห็นหน้ากันแบบดั้งเดิม และอีเลิร์นนิงที่มีเทคโนโลยีสูง เข้าด้วยกัน เพื่อการเรียนรู้ได้ดีขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีโครงสร้างซึ่งรวมถึงการโต้ตอบแบบเห็นหน้ากับผู้สอน และประเภทอิสระที่เรียนรู้ได้ดีขึ้นด้วยการฝึกอบรมกึ่งอัตโนมัติโดยใช้คอมพิวเตอร์
ในขณะที่ห้องเรียนเปิดโอกาสให้แสดงบทบาทสมมติพร้อมผลตอบกลับแบบเห็นหน้ากันในทันที การเรียนรู้ออนไลน์ให้การเรียนรู้ด้วยตนเอง และเป็นส่วนตัวด้วยองค์ประกอบ eLearning/mLearning ที่เป็นการรวมสื่อการสอนในรูปแบบต่างๆ เช่น การสร้างทักษะ เกม วิดีโอ บทช่วยสอน แบบทดสอบและองค์ประกอบโซเชียลมีเดีย ทั้งหมดสามารถเข้าถึงได้จากโฮมเพจของผู้เรียนในระบบการจัดการการเรียนรู้ (LMS) และสามารถเข้าถึงได้จากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของผู้เรียน

ทำไมต้อง การเรียนรู้แบบผสมผสานผสมผสาน หรือ Blended learning

ในทศวรรษที่ผ่านมา ครูในสถาบันการศึกษาระดับสูง(อุดมศึกษา) และระดับทั่วไป(มัธยมศึกษา)นั้น ได้นำการเรียนรู้แบบผสมผสานมาใช้เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ ซึ่งสามาารถช่วยผู้สอนทั้งใน และนอกห้องเรียน และยังทำให้นักเรียนเข้าใจบทเรียน และเพิ่มความอยากที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมของนักเรียนมากขึ้น โดยความสำเร็จของการเรียนรู้แบบผสมผสานเกิดขึ้นได้เพราะจากหลัก 5 ข้อนี้:

1. รูปแบบการศึกษาที่ทุกคนมีส่วนร่วม และได้เรียนในแบบที่ชอบ

การเรียนรู้แบบผสมผสานคำนึงถึงผู้เรียนทุกประเภท ไม่ว่าพวกเขาจะชอบห้องเรียนแบบเดิมๆ ที่คุ้นเคย อยากเรียนออนไลน์มากกว่า หรือลองใช้ทั้งสองอย่างผสมผสานกัน โดยปราศจากข้อจำกัดของห้องเรียนหรือหลักสูตรออนไลน์ทั้งหมด การเรียนรู้แบบผสมผสานใช้วิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถปรับแต่งเนื้อหาให้เหมาะกับผู้เรียนและปรับให้เหมาะสมสำหรับเนื้อหาสาระ

2. แนวโน้มการเรียนรู้ และคำติชม

การเรียนรู้แบบผสมผสานใช้เทคโนโลยีออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กัน ช่วยให้ผู้สอนนำเทรนด์และรูปแบบการเรียนรู้ล่าสุดมาใช้ในหลักสูตรได้อย่างรวดเร็ว ผู้สอนยังสามารถใช้ฟีเจอร์การรายงานในตัวในโปรแกรมซอฟต์แวร์ LMS ส่วนใหญ่เพื่อข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในความก้าวหน้าและความสำเร็จของนักเรียน

3. ลดต้นทุน

การฝึกอบรมในชั้นเรียนอาจดูเหมือนเป็นทางเลือกที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับการพัฒนา eLearning แต่ให้พิจารณาถึงต้นทุนที่แท้จริงของการประชุมแบบเห็นหน้ากัน: เวลาเลิกงาน ค่าครู และการบินกับพนักงานทางไกลสามารถกินปริมาณมากได้ งบประมาณ L&D

แนวทาง eLearning แบบผสมผสานช่วยลดต้นทุนการเดินทางและสามารถนำมาใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งช่วยลดเวลาผู้สอนด้วยเช่นกัน

4. ความสนุก และความผูกพันในห้องเรียน

การเรียนรู้แบบผสมผสานเป็นประสบการณ์เชิงโต้ตอบในทุกแง่มุมของคำ ผู้เรียนเสริมสร้างบทเรียนออฟไลน์โดยฝึกฝนออนไลน์ผ่านสื่อเนื้อหาต่างๆ ที่หลากหลาย โดยแต่ละประเภทมีการปรับให้เหมาะกับรูปแบบการเรียนรู้เฉพาะ ผู้เรียนสามารถเลือกประเภทของเนื้อหาที่ต้องการโต้ตอบ ฝึกฝนสิ่งที่เรียนรู้ และสื่อสารกับผู้สอนและผู้เรียนคนอื่นๆ ได้ตลอดเวลาและบนอุปกรณ์ใดก็ได้ ประสบการณ์ของชุมชนช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและแจ้งให้ครูทราบเกี่ยวกับความก้าวหน้าและประเด็นที่ต้องให้ความสนใจมากขึ้น

5. การเข้าถึงและการปรับเปลี่ยนในแบบไปตามผู้เรียน

หากผู้เรียนทุกคนมีระดับความเข้าใจและความเชี่ยวชาญต่างกัน แล้วทำไมต้องบังคับพวกเขาให้เข้าร่วมโปรแกรมการฝึกอบรมเดียวกัน eLearning แบบผสมผสานสร้างแนวทางการฝึกอบรมแบบบุฟเฟ่ต์ โดยให้ผู้เรียนเป็นผู้นำและเลือกว่าพวกเขาจะโต้ตอบกับเนื้อหาอย่างไรและเมื่อใด